Untitled Document
Untitled Document
 
หน้าแรก arrow กฎหมาย - ข้อบังคับ arrow พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.๒๕๒๒
   
 
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.๒๕๒๒
เขียนโดย Administrator   
ดัชนี บทความ
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.๒๕๒๒
หน้า 2
หน้า 3
หน้า 4
หน้า 5
หน้า 6
หน้า 7

                                                               

 

 

 

                                                            พระราชบัญญัติ
                                                            ควบคุมอาคาร
                                                             พ.ศ.๒๕๒๒
                                                          ......................
                                                         ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
                                            ให้ไว้ ณ วันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. 2522
                                                  เป็นปีที่ 34 ในรัชกาลปัจจุบัน

                       พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
                       ให้ประกาศว่า
                       โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการก่อสร้างอาคาร
                       และกฎหมายว่า
                       ด้วยการควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้ และรวมเป็นกฎหมายฉบับเดียวกัน
                       จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคํ าแนะนํ าและ
                       ยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทํ าหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

 


    มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒”
    มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และ
จะใช้บังคับในท้องที่ใด มีบริเวณเพียงใด ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
    มาตรา ๓ ให้ยกเลิก
    (๑) พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พุทธศักราช ๒๔๗๙
    (๒) พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๔
    (๓) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๙๒ ลงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๕
    (๔) พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้ พุทธศักราช ๒๔๗๖
    (๕) พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๖
 มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้
    “อาคาร” หมายความว่า ตึก บ้าน เรือน โรง ร้าน แพ คลังสินค้า สํ านักงานและ
สิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่น ซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ และหมายความรวมถึง
    (๑) อัฒจันทร์หรือสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่น เพื่อใช้เป็นที่ชุมนุมของประชาชน
    (๒) เขื่อน สะพาน อุโมงค์ ทางหรือท่อระบายนํ้ า อู่เรือ คานเรือ ท่านํ้ า ท่าจอดเรือ รั้ว
กํ าแพง หรือประตู ที่สร้างขึ้นติดต่อหรือใกล้เคียงกับที่สาธารณะ หรือสิ่งที่สร้างขึ้นให้บุคคลทั่วไป
ใช้สอย
    (๓) ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสํ าหรับติดหรือตั้งป้าย
        (ก) ที่ติดหรือตั้งไว้เหนือที่สาธารณะและมีขนาดเกินหนึ่งตารางเมตร หรือมีนํ้ าหนักรวมทั้ง
โครงสร้างเกินสิบกิโลกรัม
        (ข) ที่ติดหรือตั้งไว้ในระยะห่างจากที่สาธารณะ ซึ่งเมื่อวัดในทางราบแล้ว ระยะห่างจากที่
สาธารณะมีน้อยกว่าความสูงของป้ายนั้น เมื่อวัดจากพื้นดิน และมีขนาดหรือมีนํ้ าหนักเกินกว่าที่กํ าหนดในกฎ
กระทรวง
    (๔) พื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถ สํ าหรับ
อาคารที่กํ าหนดตามมาตรา ๘ (๙)
    (๕) สิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นตามที่กํ าหนดในกฎกระทรวง
ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงส่วนต่าง ๆ ของอาคารด้วย
    “ที่สาธารณะ” หมายความว่า ที่ซึ่งเปิดหรือยินยอมให้ประชาชนเข้าไปหรือใช้เป็นทางสัญจร
ได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีการเรียกเก็บค่าตอบแทนหรือไม่
    “แผนผังบริเวณ” หมายความว่า แผนที่แสดงลักษณะ ที่ตั้ง และขอบเขตของที่ดินและ
อาคารที่ก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย ใช้หรือเปลี่ยนการใช้ รวมทั้งแสดงลักษณะและขอบเขต
ของที่สาธารณะและอาคารในบริเวณที่ดินที่ติดต่อโดยสังเขปด้วย
    “แบบแปลน” หมายความว่า แบบเพื่อประโยชน์ในการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อน
ย้าย ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร โดยมีรูปแสดงรายละเอียดส่วนสํ าคัญ ขนาดเครื่องหมายวัสดุและการ
ใช้สอยต่าง ๆ ของอาคาร อย่างชัดเจนพอที่จะใช้ในการดํ าเนินการได้
    “รายการประกอบแบบแปลน” หมายความว่า ข้อความชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับ
คุณภาพและชนิดของวัสดุ ตลอดจนวิธีปฏิบัติหรือวิธีการสํ าหรับการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน
เคลื่อนย้ายใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารเพื่อให้เป็นไปตามแบบแปลน
    “รายการคํานวณ” หมายความว่า รายการแสดงวิธีการคํ านวณกํ าลังของวัสดุ การรับนํ้ าหนัก
และกํ าลังต้านทานของส่วนต่าง ๆ ของอาคาร
    “ก่อสร้าง” หมายความว่า สร้างอาคารขึ้นใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างขึ้นแทนของเดิม
หรือไม่
    “ดัดแปลง” หมายความว่า เปลี่ยนแปลงต่อเติม เพิ่ม ลด หรือขยายซึ่งลักษณะขอบเขต แบบ
รูปทรง สัดส่วน นํ้ าหนัก เนื้อที่ ของโครงสร้างของอาคารหรือส่วนต่าง ๆ ของอาคาร
ซึ่งได้ก่อสร้างไว้แล้วให้ผิดไปจากเดิม และมิใช่การซ่อมแซมหรือการดัดแปลงที่กํ าหนดในกฎกระทรวง
    “ซ่อมแซม” หมายความว่า ซ่อมหรือเปลี่ยนส่วนต่าง ๆ ของอาคารให้คงสภาพเดิม
    “รื้อถอน” หมายความว่า รื้อส่วนอันเป็นโครงสร้างสร้างของอาคารออกไป เช่น เสา คาน
ตง หรือส่วนอื่นของโครงสร้างตามที่กํ าหนดในกฎกระทรวง
    “เขตเพลิงไหม้” หมายความว่า บริเวณที่เกิดเพลิงไหม้อาคารตั้งแต่สามสิบหลังคาเรือนขึ้นไป
หรือมีเนื้อที่ตั้งแต่หนึ่งไร่ขึ้นไป รวมทั้งบริเวณที่อยู่ติดต่อภายในระยะสามสิบเมตรโดยรอบบริเวณที่เกิดเพลิง
ไหม้ด้วย
    “ผู้ควบคุมงาน” หมายความว่า ผู้ซึ่งรับผิดชอบในการอํ านวยการหรือควบคุมดูแลการก่อ
สร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร
    “ผู้ดํ าเนินการ” หมายความว่า เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร ซึ่งกระทํ าการก่อสร้าง ดัด
แปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารด้วยตนเอง และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งตกลงรับกระทํ าการ
ดังกล่าวไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม และผู้รับจ้างช่วง
    “นายตรวจ” หมายความว่า ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งให้เป็นนายตรวจ
    “นายช่าง” หมายความว่า วิศวกรหรือสถาปนิกของกรมโยธาธิการ หรือผู้ซึ่งเจ้าพนักงาน
ท้องถิ่นแต่งตั้งให้เป็นนายช่าง
    “ราชการส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า เทศบาล สุขาภิบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด
กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์การปกครองท้องถิ่นอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกํ าหนดให้เป็นราชการส่วน
ท้องถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้
    “ข้อบัญญัติท้องถิ่น” หมายความว่า กฎซึ่งออกโดยอาศัยอํ านาจนิติบัญญัติของ
ราชการส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบัญญัติ ข้อบังคับสุขาภิบาล ข้อบัญญัติจังหวัด ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร
หรือข้อบัญญัติเมืองพัทยา เป็นต้น
    “เจ้าพนักงานท้องถิ่น” หมายความว่า
     (๑) นายกเทศมนตรี สํ าหรับในเขตเทศบาล
     (๒) ประธานกรรมการสุขาภิบาล สํ าหรับในเขตสุขาภิบาล
     (๓) ผู้ว่าราชการจังหวัด สํ าหรับในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด
     (๔) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สํ าหรับในเขตกรุงเทพมหานคร
     (๕) ปลัดเมืองพัทยา สํ าหรับในเขตเมืองพัทยา
     (๖) หัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นขององค์การปกครองท้องถิ่นที่รัฐมนตรีประกาศกํ าหนดให้เป็น
ราชการส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้ สํ าหรับในเขตราชการส่วนท้องถิ่นนั้น
    “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
    มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มี
อํ านาจออกกฎกระทรวง
    (๑) กําหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้หรือยกเว้นค่าธรรมเนียม
    (๒) กําหนดแบบคํ าขออนุญาต ใบอนุญาต ใบรับรอง ใบแทน ตลอดจนแบบของคํ าสั่งหรือ
แบบอื่นใดที่จะใช้ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
    (๓) กําหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

 หมวด ๑
 บททั่วไป

     มาตรา ๖ พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่พระที่นั่งหรือพระราชวัง
     มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีมีอํ านาจออกกฎกระทรวงยกเว้น ผ่อนผัน หรือกํ าหนดเงื่อนไขในการ
ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนเกี่ยวกับอาคารดังต่อไปนี้
    (๑) อาคารของกระทรวง ทบวง กรม ที่ใช้ในราชการหรือใช้เพื่อสาธารณประโยชน์
    (๒) อาคารของราชการส่วนท้องถิ่น ที่ใช้ในราชการหรือใช้เพื่อสาธารณประโยชน์
    (๓) อาคารขององค์การของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ที่ใช้ในกิจการขององค์การหรือใช้เพื่อ
สาธารณประโยชน์
    (๔) โบราณสถาน วัดวาอาราม หรืออาคารต่าง ๆ ที่ใช้เพื่อการศาสนา ซึ่งมีกฎหมายควบคุม
การก่อสร้างไว้แล้วโดยเฉพาะ
    (๕) อาคารที่ทํ าการขององค์การระหว่างประเทศ หรืออาคารที่ทํ าการของหน่วยงาน
ที่ตั้งขึ้นตามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต่างประเทศ
    (๖) อาคารที่ทํ าการสถานทูตหรือสถานกงสุลต่างประเทศ
    (๗) อาคารชั่วคราวเพื่อใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างอาคารถาวรหรืออาคารเพื่อใช้ประโยชน์
เป็นการชั่วคราว ที่มีกํ าหนดเวลาการรื้อถอน
    มาตรา ๘ เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงแข็งแรง ความปลอดภัย การป้องกันอัคคีภัย การ
สาธารณสุข การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง การสถาปัตยกรรม และการอํ านวยความสะดวก
แก่การจราจร ตลอดจนการอื่นที่จํ าเป็นเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ให้รัฐมนตรีโดยคํ าแนะนําของ
คณะกรรมการควบคุมอาคาร มีอํ านาจออกกฎกระทรวงกําหนด
    (๑) ลักษณะ แบบ รูปทรง สัดส่วน เนื้อที่ และที่ตั้งของอาคาร
    (๒) การรับนํ้ าหนัก ความต้านทาน ความคงทน ตลอดจนลักษณะและคุณสมบัติ
ของวัสดุที่ใช้
    (๓) การรับนํ้ าหนัก ความต้านทาน และความคงทนของอาคารหรือพื้นดินที่รองรับอาคาร
    (๔) แบบและวิธีการเกี่ยวกับการติดตั้งระบบการประปา ไฟฟ้า ก๊าซ และการป้องกันอัคคีภัย
    (๕) แบบและจํ านวนของห้องนํ้ าและห้องส้วม
    (๖) ระบบการจัดแสงสว่าง การระบายอากาศ การระบายนํ้ า และการกํ าจัดขยะมูลฝอยและ
สิ่งปฏิกูล
    (๗) ลักษณะ ระดับ เนื้อที่ของที่ว่างภายนอกอาคาร หรือแนวอาคาร
    (๘) ระยะหรือระดับระหว่างอาคารกับอาคารหรือเขตที่ดินของผู้อื่น หรือระหว่างอาคารกับ
ถนน ตรอก ซอย ทางเท้า หรือที่สาธารณะ
    (๙) พื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถ สํ าหรับ
อาคารบางชนิด หรือบางประเภท ตลอดจนลักษณะและขนาดของพื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นดังกล่าว
    (๑๐) บริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย และใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร
ชนิดใดหรือประเภทใด
    (๑๑) หลักเกณฑ ์ วิธีการและเงอื่ นไขในการกอ่ สร้าง ดัดแปลง รอื้ ถอน เคลื่อนย้าย ใช้หรือ
เปลี่ยนการใช้อาคาร
    (๑๒) หลักเกณฑ์วิธีการและเงอื่นไขในการขออนุญาต การอนุญาต การต่ออายุ
ใบอนุญาต การออกใบรับรอง และการออกใบแทนตามพระราชบัญญัตินี้

    * มาตรา ๙ ในกรณีที่ได้มีการออกกฎกระทรวงกํ าหนดเรื่องใดตามมาตรา ๘ แล้ว ให้
ราชการส่วนท้องถิ่นถือปฏิบัติตามกฎกระทรวงนั้น เว้นแต่เป็นกรณีตามมาตรา ๑๐
    ในกรณีที่ยังมิได้มีการออกกฎกระทรวงกํ าหนดเรื่องใดตามมาตรา ๘ ให้ราชการส่วนท้องถิ่น
มีอํ านาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกํ าหนดเรื่องนั้นได้
    ในกรณีที่ได้มีการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกํ าหนดเรื่องใดตามวรรคสองแล้ว ถ้าต่อมามีการออก
กฎกระทรวงกํ าหนดเรื่องนั้น ให้ข้อกํ าหนดของข้อบัญญัติท้องถิ่นในส่วนที่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวง
เป็นอันยกเลิก และให้ข้อกําหนดของข้อบัญญัติท้องถิ่นในส่วนที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงยังคงใช้
บังคับต่อไปได้จนกว่าจะมีการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นใหม่ตามมาตรา ๑๐ แต่ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่
กฎกระทรวงนั้นใช้บังคับการยกเลิกข้อบัญญัติท้องถิ่นตามวรรคสามย่อมไม่กระทบกระเทือนต่อการ
ดําเนินการที่ได้กระทำไปแล้วโดยถูกต้องตามข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้น

    * มาตรา ๑๐ ในกรณีที่ได้มีการออกกฎกระทรวงกํ าหนดเรื่องใดตามมาตรา ๘ แล้วให้ราชการ
ส่วนท้องถิ่นมีอํ านาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นในเรื่องนั้นได้ในกรณีดังต่อไปนี้
    (๑) เป็นการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดรายละเอียดในเรื่องนั้นเพิ่มเติมจากที่กํ าหนดไว้ใน
กฎกระทรวงโดยไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงดังกล่าว
    (๒) เป็นการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดเรื่องนั้นหรือขัดแย้งกับกฎกระทรวงดังกล่าวเนื่องจากมีความจำเป็นหรือมีเหตุผลพิเศษเฉพาะท้องถิ่น
    การออกข้อบัญญัติท้องถิ่นตาม (๒) ให้มีผลใช้บังคับได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะ
กรรมการควบคุมอาคารและได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรี
    คณะกรรมการควบคุมอาคารจะต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ
ในข้อบัญญัติท้องถิ่นตาม (๒) ให้เสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้น ถ้าไม่ให้ความ
เห็นชอบ ให้แจ้งเหตุผลให้ราชการส่วนท้องถิ่นนั้นทราบด้วย
    ถ้าคณะกรรมการควบคุมอาคารพิจารณาข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้นไม่เสร็จภายในกํ าหนดเวลาตาม
วรรคสาม ให้ถือว่าคณะกรรมการควบคุมอาคารได้ให้ความเห็นชอบในข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้นแล้ว และให้ราช
การส่วนท้องถิ่นเสนอรัฐมนตรีเพื่อสั่งการต่อไป ถ้ารัฐมนตรีไม่สั่งการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับข้อ
บัญญัติท้องถิ่นนั้น ให้ถือว่ารัฐมนตรีได้อนุมัติตามวรรคสอง

(*มาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ ความเดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุม
อาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความใหม่แทนดังที่พิมพ์ไว้นี้)

    *มาตรา ๑๐ ทวิ ในกรณีที่รัฐมนตรีโดยคํ าแนะนํ าของคณะกรรมการควบคุมอาคารเห็นว่าข้อ
บัญญัติท้องถิ่นใดที่ออกตามมาตรา ๑๐ (๑) ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๘ หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามมาตรา ๑๐ (๒) มีข้อกํ าหนดที่ก่อภาระหรือความยุ่งยากให้แก่ประชาชนเกินความจํ าเป็น หรือก่อให้เกิดภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิตร่างกายหรือทรัพย์สินของประชาชน ให้รัฐมนตรีมีอํ านาจแจ้งให้ราชการส่วนท้องถิ่นนั้นดํ าเนินการยกเลิกหรือแก้ไขข้อบัญญัติท้องถิ่นดังกล่าวเสียใหม่ได้
    ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ให้ราชการส่วนท้องถิ่นดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
นับแต่วันรับแจ้งจากรัฐมนตรี กํ าหนดวันดังกล่าวให้หมายถึงวันในสมัยประชุมของราชการส่วนท้องถิ่นนั้น
 การยกเลิกหรือแก้ไขข้อบัญญัติท้องถิ่นตามวรรคหนึ่งย่อมไม่กระทบกระเทือนต่อการดําเนิน
การที่ได้กระทำไปแล้วโดยถูกต้องตามข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้น

 (*มาตรา ๑๐ ทวิ บัญญัติเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๓๕)


    มาตรา ๑๑ ข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐ เมื่อประกาศในราชกิจจานุ
เบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
    มาตรา ๑๒ กฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๘ หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามมาตรา ๙ หรือ
    มาตรา ๑๐ ถ้าขัดหรือแย้งกับกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองให้บังคับตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง
    มาตรา ๑๓ ในกรณีที่สมควรห้ามการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้ายและใช้หรือ
เปลี่ยนการใช้อาคารชนิดใดหรือประเภทใดในบริเวณหนึ่งบริเวณใด แต่ยังไม่มีกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นกํ าหนดการตามมาตรา ๘ (๑๐) ให้รัฐมนตรีโดยคํ าแนะนํ าของอธิบดีกรมโยธาธิการหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้วแต่กรณี มีอํ านาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา ห้ามการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย และใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารในบริเวณนั้นเป็นการชั่วคราวได้ และให้ดํ าเนินการออกกฎกระทรวง หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนั้นมีผลใช้บังคับ
ถ้าไม่มีการออกกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นภายในกํ าหนดเวลาตามวรรคหนึ่งให้
ประกาศดังกล่าวเป็นอันยกเลิก

    *มาตรา ๑๓ ทวิ เพื่อประโยชน์ในการอํ านวยความสะดวกแก่ประชาชน ซึ่งจะต้องปฏิบัติตาม
พระราชบัญญัตินี้
    (๑) ให้ส่วนราชการและหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีอํ านาจหน้าที่ตามกฎหมายอื่นแจ้ง ข้อห้าม ข้อ
จํ ากัด หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร หรือการดํ าเนินการ
อย่างอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ราชการส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อดํ าเนินการตาม (๒)
    (๒) ให้ราชการส่วนท้องถิ่นจัดให้มีเอกสารเผยแพร่หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขอ
อนุญาตและการอนุญาตดํ าเนินการต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้ ตลอดจนข้อมูลที่ได้รับแจ้งตาม (๑) ไว้จํ าหน่ายหรือให้แก่ประชาชน ซึ่งจะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
    (๓) ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งคํ าเตือนไว้ในใบอนุญาตที่ได้ออกให้ตามพระราชบัญญัตินี้ว่า
ผู้ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ยังคงมีหน้าที่ต้องขออนุญาตเกี่ยวกับอาคารนั้นตามกฎหมายอื่นในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย
    (๔) ราชการส่วนท้องถิ่นอาจจัดให้มีแบบแปลนอาคารต่าง ๆ ที่ได้มาตรฐานและถูกต้องตาม
บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงและหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้
ไว้จํ าหน่ายหรือให้แก่ประชาชนได้
    “มาตรา ๑๓ ตรี ถ้าผู้ซึ่งจะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้มีข้อสงสัยเกี่ยวกับ
     (๑) การกํ าหนดระยะหรือระดับระหว่างอาคารกับอาคาร หรือเขตที่ดินของผู้อื่น หรือ
ระหว่างอาคารกับถนน ตรอก ซอย ทางเท้า หรือที่สาธารณะ หรือ 
     (๒) การกํ าหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย และใช้ หรือเปลี่ยนการ
ใช้อาคารชนิดใดหรือประเภทใด 
 ผู้นั้นมีสิทธิหารือไปยังเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้โดยทํ าเป็นหนังสือ และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น
ตอบข้อหารือนั้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ แต่ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นว่ามีความจํ าเป็นต้องขอคําปรึกษาจากคณะกรรมการควบคุมอาคารเสียก่อนหรือมีเหตุจํ าเป็นอื่นใด ก็ให้ขยายกํ าหนดเวลาดังกล่าวออกไปได้อีกไม่เกินสองคราว คราวละไม่เกินสามสิบวัน ในกรณีที่ผู้หารือตามวรรคหนึ่งได้ดํ าเนินการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารโดยถือปฏิบัติตามคํ าตอบข้อหารือของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ถ้าต่อมาปรากฎว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ตอบข้อหารือไปโดยผิดพลาดเป็นเหตุให้ผู้หารือได้ดํ าเนินการดังกล่าวไปโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ

(*มาตรา ๑๓ ทวิ และมาตรา ๑๓ ตรี บัญญัติเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติควบ
คุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕)



< ก่อนหน้า   ถัดไป >
   
     
เนื้อหาล่าสุด
         
 
cons-mag.com © 2008 ,Nine publishing ,. Some rights reserved
เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย Mambo LaiThai