|
ข้อสังเกตเมื่อต้องเลือกซื้ออาคารชุด |
|
เขียนโดย saradin
|
|
เมื่อคุณต้องการห้องพักที่เรียกกันว่า "คอนโดมิเนียม" เพื่อจะใช้เป็นที่พักระยะยาว หรือเป็นห้องพักที่ สะดวกกลางเมืองใหญ่ เอาไว้ยามที่ต้องการปลีกตัวจากครอบครัวใหญ่ หรืออยากมีความเป็นส่วนตัว ซึ่งเชื่อ ว่าหลายคนน่าจะมีความกังวลเกี่ยวกับการเลือกซื้อ หรือเช่าคอนโดมิเนียมอยู่ในใจ... เราลองมาดูข้อมูลต่อ ไปนี้กัน ซึ่งน่าจะช่วยให้คุณเลือกซื้อห้องชุดสุดหรูเอาไว้พักผ่อนได้อย่างสบายใจ

การเลือกซื้อห้องชุด หรืออาคารชุด ในที่นี้เราจะจัดเป็น 2 กรณี คือ 1.กรณีที่ยังไม่ได้มีการก่อสร้างอาคาร 1.1 เริ่มแรกนั้นคุณควรจะตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้างอาคารว่าได้รับอนุญาตเป็นที่เรียบร้อย รวมถึง ตรวจสอบชื่อผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน แผนผังแสดงเขตที่ดินที่จะก่อสร้างอาคารชุด ซึ่งเอกสารเหล่านี้จะขอดูได้ จากสำนักงานขายของผู้ประกอบการอาคารชุด 1.2 ถ้าคุณไม่ขี้เกียด(ซึ่งคุณไม่ควรขี้เกียดเพราะเงินที่จ่ายนั้นเป็นของคุณ)ควรตรวจสอบชื่อ ที่อยู่ และ สถานภาพของผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุด ว่าเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลและเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ จะก่อสร้างอาคารชุดหรือไม่ และถ้าเป็นนิติบุคคล ได้จดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนกับทางราชการถูก ต้องแล้วหรือไม่ มีทุนจดทะเบียน ทุนที่ชำระแล้วเท่าไร ใครเป็นกรรมการผู้จัดการ หรือหุ้นส่วนผู้จัดการหรือ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน ตรวจสอบได้จากกรมทะเบียนการค้า กระทรวง พาณิชย์ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด แล้วแต่กรณี ข้อมูลเหล่านี้จะมีประโยชน์กับคุณไม่มากก็น้อย 1.3 อีกข้อที่ควรจะตรวจสอบคือ ที่ดินที่จะก่อสร้างอาคารชุดนั้นมีภาระผูกพันกับนิติบุคคล หรือสถาบัน การเงินไหนหรือไม่ อย่างไร โดยคุณสามารถตรวจสอบกรณีนี้ได้จากกรมที่ดิน หรือสำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี 1.4 สอบถามผู้ประกอบธุรกิจอาคารชุดที่คุณสนใจเกี่ยวกับรายการค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากค่าซื้อ อาคารชุด ซึ่งผู้เป็นเจ้าของห้องชุดจะต้องร่วมกันออกตามส่วน เช่น ค่าบริการที่เป็นส่วนรวม ค่าดูแลรักษาและ ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลาง ค่าภาษีอากร รวมถึงระยะเวลาที่จะเริ่มก่อสร้างและกำหนดแล้วเสร็จเมื่อใด ซึ่งจะต้องมีคำตอบให้คุณได้มั่นใจ... แต่ถ้าเรื่องแค่นี้เขายังตอบคุณไม่ได้ก็ไปดูโครงการอื่นดีกว่าครับ
2.กรณีที่ก่อสร้างอาคารเสร็จเรียบร้อยแล้ว 2.2 นอกจากคุณเองจะคำนึงถึงสถานที่ตั้งโครงการว่าจะสะดวกต่อการเดินทางไปทำงาน การเข้าออกที่ พัก หรือแม้แต่แหล่งอาหารการกินแล้ว อย่าลืมที่จะคำนึงถึงเสียงรบกวนต่างๆ และมลพิษต่างๆ ที่อยู่รอบๆ ที่ พัก ซึ่งคุณควรจะเข้าไปสำรวจห้องพักด้วยตนเองเป็นการดีที่สุด สุดท้ายก่อนกลับอย่าลืมแวะดื่มน้ำ หรือทาน อาหารบริเวณใกล้ๆ ที่พัก เพื่อสอบถามแม่ค้าที่เป็นคนในพื้นที่เกี่ยวกับภาพแวดล้อมรอบๆ ที่พัก เช่น น้ำท่วม บ่อยไหม มีเหตุฉก ชิง วิ่งราวบ้างไหม ซึ่งข้อมูลรอบๆ ตัวนี้อาจทำให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 2.3 กรณีที่โครงการที่คุณสนใจ หรืออาคารชุดที่คุณชอบไม่ใช่โครงการแรก หรืออาคารแรก และคุณต้อง การความมั่นใจเพิ่มขึ้น ก็ยังสามารถตรวจสอบได้จากโครงการที่ได้ดำเนินการมาแล้วว่ามีสภาพปัจจุบันเป็น อย่างไร ทำตามโครงการหรือสัญญาครบถ้วนหรือไม่ มีการส่งมอบงานหรือโอนตามกำหนดหรือไม่ ทั้งนี้คุณ อาจสอบถามได้จากเพื่อนร่วมตึกนั้นเอง 2.4 ขอตรวจสอบรายการและขนาดของทรัพย์สินที่ใช้เป็นทรัพย์ส่วนบุคคลและทรัพย์ส่วนกลาง ว่าตรง กันกับที่ได้มีการโฆษณาไว้หรือไม่ จากที่ตั้งของโครงการ รวมถึงให้สอบถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอก เหนือจากค่าซื้ออาคารชุด ซึ่งผู้เป็นเจ้าของห้องชุดจะต้องร่วมกันออกตามส่วน เช่น ค่าบริการที่เป็นส่วนรวม ค่าดูแลรักษาและดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนกลาง ค่าภาษีอากร หมายเหตุ : ในคำโฆษณายังไม่ควรมั่นใจว่าจะถูกต้องหรือเป็นจริงและเพียงพอที่จะตัดสินใจซื้อ หรือเข้า ทำสัญญากับผู้ประกอบธุรกิจ ควรที่จะได้ตรวจสอบกับทางราชการที่เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง เพื่อความรอบคอบ และจะได้ไม่ถูกหลอกลวงหรือถูกเอารัดเอาเปรียบ การตรวจสอบหนังสือสัญญา เมื่อคุณตกลงใจหรือตัดสินใจที่จะซื้ออาคารชุดแล้ว สิ่งที่จะต้องทำต่อไปคือทำสัญญากับผู้ขาย ซึ่งเป็น เรื่องที่มีความสำคัญที่สุด เพราะผู้ซื้อจะต้องลงชื่อผูกพันในหนังสือสัญญากับผู้ขาย การเอารัดเอาเปรียบของ ผู้ขาย หรือความเสียเปรียบของผู้ซื้อที่เกิดขึ้นโดยมากจะเกิดขึ้นตอนที่ทำหนังสือสัญญาฉบับนี้ ดังนั้นก่อนที่ ผู้บริโภคจะลงชื่อในหนังสือสัญญาจะต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ โดยไม่ต้องเกรงใจผู้ขาย ต้องตรวจสอบข้อความ ในหนังสือสัญญาให้ละเอียด และทำความเข้าใจให้แจ้งชัด ก่อนที่จะลงลายมือชื่อของตนในหนังสือสัญญา ฉบับนั้น ถ้าอ่านแล้วยังไม่เข้าใจก็ต้องหาผู้รู้มาให้คำแนะนำ หรือถ้าสงสัยในเรื่องใดก็ต้องสอบถามผู้ขายให้เป็น ที่ตกลงกันโดยแน่นอนเสียก่อน มิฉะนั้นอาจตกเป็นผู้เสียเปรียบในการทำสัญญาได้ เช่น 1.ห้องที่ทำสัญญาถูกต้องตรงตามตัวอย่างที่โฆษณาหรือไม่ จะต้องตรวจในรายละเอียดด้วย เพราะ มีผู้ดำเนินการบางรายอาจทำแบบบ้านอย่างหนึ่ง แต่เวลาทำสัญญาได้มีการเปลี่ยนแปลงรายการในราย ละเอียดบางประการซ่อนไว้ หากไม่ตรวจสอบจะไม่ทราบ 2.ขนาดของห้องที่ตกลงทำสัญญาซื้อนั้นถูกตรงตามที่ผู้ซื้อจองตามผังจัดสรรหรือไม่ 3.ระยะเวลาการเริ่มต้นก่อสร้างและระยะเวลาการสร้างห้องแล้วเสร็จส่งมอบให้ผู้ซื้อได้เมื่อใด ควรต้องมี กำหนดไว้ในสัญญาด้วย 4.หากในสัญญากำหนดเบี้ยปรับไว้กรณีผู้ซื้อผิดนัด เช่นนี้ก็ควรกำหนดเบี้ยปรับไว้ในสัญญากรณีผู้ขายผิด นัดด้วย 5.ควรกำหนดเวลาประกัน กรณีห้องชำรุดบกพร่องไว้ด้วย ว่าจะให้ผู้ขายปฏิบัติอย่างไร
|