|
เขียนโดย saradin
|
|
“คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยว่า บริษัท ก. ก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ก่อสร้างอาคารมูล กรณีและเป็นเจ้าของอาคารดังกล่าว คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ย่อมผูกพันเจ้า พนักงานท้องถิ่นให้ต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 52 วรรคห้า”
 นางกำไร ได้รับคำสั่งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้ระงับการก่อสร้างอาคารตึกชั้นเดียว และคำสั่งห้ามนาง กำไรหรือบุคคลใดใช้ หรือเข้าไปในส่วนใดๆของอาคาร ต่อมา นางกำไร ได้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ตาม พระราชบัญญัติควบคุม อาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 52 วรรคแรก แต่... ท่านเจ้าพนักงานท้องถิ่นก็ได้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษนางกำไร ต่อพนักงานสอบสวนเสียแล้ว โดย คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ยังไม่มีคำสั่งวินิจฉัยออกมา เรื่องนี้จึง...
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษนางกำไรตาม พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 21, 40, 42, 65, 66 ทวิ, 67 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และขอให้ปรับจำเลยเป็นรายวันนับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจำเลยจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ห้ามจำเลยใช้หรือเข้าไปในอาคาร และที่ให้รื้อ ถอนอาคารด้วย นางกำไรให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า นางกำไรมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ.2522 มาตรา 21, 40 (2), 65 วรรคหนึ่ง, 67 ลงโทษฐานก่อสร้างดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 เดือน ปรับ 10,000 บาท และฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนันงานท้องถิ่นที่ห้ามเข้าไปใช้อาคาร จำคุก 1 เดือน ปรับ 10,000 บาท และให้ปรับจำเลยเป็นรายวันวันละ 100 บาท นับแต่วันที่ .............. ถึงวันที่ .............. รวม 436 วัน เป็นเงิน 43,600 บาท รวม จำคุก 2 เดือน ปรับ 63,600 บาท แต่นางกำไรไม่เคยถูกจำคุกมา ก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ...ข้อหาอื่นให้ยก นางกำไรอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นางกำไรฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า... 1 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในความผิดฐานมิได้รื้อถอนอาคารตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น โจทก์ ก็มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ดังนั้นความผิดในข้อหาดังกล่าวจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และ คดีของจำเลยต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง 2 คดีคงขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ 3 ตามที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ตาม พระราช บัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 52 วรรคแรก และคณะกรรมการดังกล่าวได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่า “บริษัท ก. ก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ก่อสร้างอาคารมูลกรณีและเป็นเจ้าของอาคารดังกล่าว เจ้าพนักงานท้องถิ่น ไม่มีอำนาจสั่งให้ผู้อุทธรณ์(จำเลย) ซึ่งไม่ใช้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารมูลกรณีให้ระงับการก่อสร้าง อาคารตามมาตรา 40(1)(แบบ ค.4) ฉะนั้น คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ถูกต้อง” คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงวินิจฉัยให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และให้ดำเนินการออกคำสั่งกับเจ้า ของอาคารมูลกรณีให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป ซึ่งมีผลให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องปฏิบัติตามนั้น 4 ในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม มาตรา 40 ประกอบมาตรา 67 วรรคหนึ่ง นั้น เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ถูกต้องให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวเสียแล้ว จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น 5 สำหรับข้อหาก่อสร้างดัดแปลงอาคารนั้นโจทก์ฟ้องว่าจำเลยก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก เจ้าพนักงานท้องถิ่น แต่...คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยว่า บริษัท ก. ก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ก่อ สร้างอาคารมูลกรณีและเป็นเจ้าของอาคารดังกล่าว คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ย่อมผูกพัน เจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 52 วรรคห้า สรุป... การที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นไปร้องทุกข์กล่าวโทษจำเลยต่อพนักงานสอบสวนและโจทก์ยื่นฟ้อง จำเลยเป็นคดีนี้ก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาข้าม ขั้นตอนของกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น
|