|
ผนัง
สิ่งกำบังที่ต้องเปิดเผย |
|
เขียนโดย saradin
|
|
งานก่อผนัง... เป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดมากอีกงานหนึ่ง ซึ่งผนังสามารถก่อขึ้นด้วยวัสดุหลายชนิด เช่น ผนังที่ก่อด้วยอิฐมอญ หรือเรียกว่า อิฐแดง ซึ่งอิฐมีรูปทรงขนาดเล็ก การก่อจะเสียเวลามาก และมี น้ำหนักมาก ราคาจะแพง แต่มีความแข็งแรง ทนทาน หรือจะเป็นผนังที่ก่อด้วยอิฐบล็อค ซึ่งโดยลักษณะ ของอิฐบล็อคจะมีความเปราะแตกง่าย มีน้ำหนักเบา ราคาจะถูกกว่าอิฐมอญ ทำให้ประหยัดได้มาก เป็นต้น การก่อ หรือสร้างผนังในปัจจุบันมีอยู่หลายวิธี และหลายวัสดุ ซึ่งก็จะมีความแตกต่างกันไปตามวิธี และวัสดุที่ใช้ นอกจากนั้นยังรวมถึงวัสดุที่จะตกแต่งผนังอีกหลายชนิดที่เราต้องเลือกใช้ให้เหมาะสม กับผนังแบบต่างๆ ในที่นี้เราจะไปดูสิ่งที่น่ารู้เกี่ยวกับ ‘ผนัง’ กัน
การก่อผนังอิฐ สิ่งแรงที่ควรทำคือการนำอิฐไปแช่น้ำ เพื่อเวลาที่ก่ออิฐ น้ำปูนจะ ได้ไม่โดนดูดออกไป เมื่อก่อเสร็จควรทิ้งไว้สักระยะหนึ่ง เพื่อให้ผนังระบายความร้อนออกมา แล้วจึงเริ่มฉาบปูน การฉาบต้องใช้ปูนทรายทำปุ่มขึ้นมาบนผนัง และตรง มุม เพื่อแสดงแนวความหนาของปูนฉาบ ซึ่งจะทำให้เรียบสม่ำเสมอกัน ไม่หนาเกินไปจนทำให้ปูนฉาบแตกได้ และสัดส่วน ของปูนฉาบ ต้องถูกต้อง หลังจากนั้น ทิ้งผนังให้แห้งสนิทก่อน จึงทาสีได้ - สาเหตุการแตกร้าวของผนังปูนฉาบ 1. อาจเกิดจากชนิดของปูนซีเมนต์ไม่เหมาะสมกับประเภทของงานฉาบผนัง หรือสัดส่วน การผสมปูนฉาบไม่เหมาะสม 2. อาจมีการผสมปูนขาวมากไป ตามปกติช่างจะผสมปูนขาว ลงไปเล็กน้อยในปูนฉาบ เพราะจะทำให้ลื่นฉาบง่าย แต่ถ้า มากเกินไปก็จะแตกร้าวได้ 3. การเตรียมงานฉาบไม่ดีพอ ผนังก่ออิฐจะดูดซึมน้ำได้มาก ถ้าไม่มีการราดน้ำให้ชุ่มก่อน ก็จะเป็นสาเหตุให้เกิดการแตกร้าวได้ 4. ผนังก่ออิฐไม่สม่ำเสมอ จะทำให้ปูนฉาบมีความหนาไม่เท่ากัน ก็สามารถเป็นอีกสาเหตุหนึ่งได้ ผนังยิบซั่มบอร์ด ผนังยิบซั่มมีคุณสมบัติในเรื่องของการติดตั้งได้สะดวก มีความแข็งแรงทนทาน มีความสามารถในการป้องกันไฟ ป้องกันเสียง อีกทั้งยังป้องกันความร้อนได้ นอกจากนั้นเป็นวัสดุที่ มีน้ำหนักเบา คือ ประมาณ 30 กิโลกรัม/ตารางเมตร สามารถต่อเติมผนังได้ทุกส่วนของบ้านโดย ไม่ทรุดตัว และที่สำคัญใน เรื่องของความเรียบได้ระนาบของผนัง ไม่ก่อให้เกิดความเลอะเทอะ เพราะเป็นระบบแห้งและไม่มีปัญหาผิวผนังแตกร้าวเหมือนกับผนังก่ออิฐฉาบปูน สามารถตกแต่งทาสี ติดวอลล์เปเปอร์ได้ สวยงาม เหมาะสำหรับใช้ในอาคาร ทั้งนี้หากจะพูดถึงการป้องกันไฟ วัสดุที่นำมาสร้างบ้าน ควรเป็นวัสดุทนไฟได้นานอย่างน้อย 1 ชั่วโมง โดยเฉพาะผนังห้องเพื่อถ่วงเวลาให้คนหนีออกมาได้ก่อนการลุกลามของไฟ หากต้านทานได้ไม่ดีพอจะ ทำให้อุณหภูมิภายนอกที่เกิดเพลิงไหม้ มีความร้อนสูงถึงจุดที่สิ่งของจะสามารถลุกไหม้ได้เองโดยไม่ต้อง มีเปลวไฟ ผนังยิบซั่มมีคุณสมบัติในการป้องกันไฟได้ดีผนังยิบซั่มที่มีความหนาขนาด 12 มม. และ 15 มม. สามารถทนไฟได้ตั้งแต่ 1/2 ถึง 4 ชั่วโมง เนื่องจากเนื้อยิบซั่มมีผลึกน้ำเมื่อเวลาโดนไฟ น้ำจะระเหยออกมาเป็นการต้านทานการส่งผ่านความร้อนไปอีกด้านหนึ่งของผนัง ด้วยคุณสมบัติ ดังกล่าวผนังยิบซั่มจึงเหมาะสำหรับใช้ในการป้องกันไฟได้เป็นอย่างดี - การติดตั้งผนังยิบซั่มบอร์ด การติดตั้งผนังยิบซั่มบอร์ดให้มีความแข็งแรง ทนทาน เหมาะสมกับการ ใช้งาน มีวิธีดังนี้ 1. ควรใช้โครงเหล็กชุบสังกะสี ที่มีความหนาอย่างน้อย 0.55 มม. และมีขนาดหน้าตัด อย่างน้อย 76 x 32 มม. ทั้งโครงตัวตั้งและตัวนอน และในส่วนของความหนาของแผ่นยิบซั่ม ควรใช้อย่าง น้อย 12 มม. ระยะห่างโครงไม่ควรเกิน 60 ซม. 2. โครงเหล็กชุบสังกะสีต้องได้มาตรฐานอุตสาหกรรม โดยตรวจสอบกับบริษัทผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ สำหรับพุกที่ใช้ยึดกับโครงสร้างอาคาร หรือพื้นควรเป็นพุกเหล็ก EXPANSION BOLT 3. หากต้องการความแข็งแรงมากขึ้น ก็สามารถเลือกใช้โครงเหล็กที่มีขนาดหน้าตัดที่ใหญ่ขึ้น หรืออาจเพิ่มความ หนาของแผ่นยิบซั่มเป็น 15 มม. หรือใช้แผ่นซ้อนกัน 2 ชั้นก็ได้นอกจากนี้ ยังสามารถร่นระยะห่างโครงเคร่าจาก 60 ซม. เป็น 40 ซม. การทำผนังบ้านเพื่อป้องกันความร้อนและเสียงรบกวน สามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น ทำกระจกสองชั้นประกบกัน โดยเว้นช่องว่างตรงกลางเอาไว้ หรืออาจจะทำผนังเป็นแผ่นอคูสติกบอร์ด แต่สองแบบที่กล่าวมาอาจจะมีราคาสูง ซึ่งยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ราคาไม่สูงมากและทำเองได้ คือ การยึดแผ่นไมโครไฟเบอร์ติด กับผนังเดิม โดยมีหลักการคือ แผ่นไมโครไฟเบอร์จะช่วยดูดซับเสียง และความร้อนที่ผ่านผนังชั้นนอกเข้ามา ทำให้อุณหภูมิภายในห้องนั้นลดลงเสียงรบกวนก็จะน้อยลง ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้า การปูกระเบื้องโมเสคบนที่สูง การปูกระเบื้องโมเสค โดยทั่วไปจะปูด้วยปูนผสม กับทราย หรือถ้าดีขึ้นมาอีกหน่อยก็จะปูด้วยซีเมนต์ขาว ซึ่งจะมีคุณสมบัติแห้งช้า ทำให้มีเวลาจัด แต่งแนวกระเบื้องให้เรียบร้อยสวยงามมากยิ่งขึ้น แต่ในกรณีที่จะต้องปูโมเสคบนที่สูง เช่น ผนังบ้าน หรือส่วนยอดของบ้าน ทางที่ดีที่สุดควรปูด้วยกาวชนิดพิเศษสำหรับปูโมเสคโดยเฉพาะ กาวชนิดนี้จะมีคุณสมบัติในการยึดเกาะสูงมาก เมื่อปูแล้วยากที่จะหลุดร่อนลงมา เพราะเมื่อ อยู่บนที่สูง ถ้าหลุดลงมาอาจจะเป็นอันตรายมาก แต่การปูด้วยกาวควรจะวางแผนการปูให้ดี เพราะถ้ากาวแห้งแล้วจะไม่สามารถแกะออกมาได้ หรือถ้าแกะออกได้ก็จะทำให้ กระเบื้องโมเสคเสียหาย ผนังกับสีที่ใช้ 1.สีน้ำพลาสติค สีน้ำพลาสติคผลิตจากวัตถุดิบจำพวก "โพลีไวนิล อะซิเตท" สีน้ำพลาสติคที่ดีจะต้องผสมสารที่ ป้องกันเชื้อรา หรือผงสีชนิดที่ทนทานต่อแสงแดดและการเช็ดล้าง สีชนิดนี้ ใช้ได้ดีกับผนังปูนฉาบ คอนกรีต หรือกระเบื้องแผ่นเรียบ ใช้ ได้ทั้งภายนอกและภายในอาคาร มีสีต่างๆ ให้เลือกมากมาย และราคาค่อนข้างประหยัด 2.สีอะครีลิดกึ่งเงา สีที่ใช้ทาภายนอกอาคารโดยทั่วไปจะใช้สีน้ำพลาสติค ชนิดอะครีลิค 100 % เพราะเป็นสีที่ทนต่อ ทุกสภาพอากาศ แต่สีชนิดนี้จะมีผิวที่ด้าน ซึ่งเป็นสาเหตุของการจับยึดของฝุ่นละอองและคราบสกปรก ในอากาศ ถ้าหากต้องการหลีกเลี่ยงความสกปรกดังกล่าวใช้สีอะครีลิคชนิดกึ่งเงาแทน เพราะสีชนิดนี้ เนื้อสีจะลื่น ทำให้พื้นผิวเป็นฟิล์มเรียบลดการจัดยึดของฝุ่นละอองและคราบสกปรกต่างๆ แต่เนื่องจาก ผิวเงาอาจเป็นสาเหตุของการเกิดลอนคลื่นบนผนังฉาบปูนเมื่อโดนแสงส่อง ฉะนั้นผิวปูนฉาบจะต้อง เรียบสนิท สำหรับผนังภายในที่ต้องการความสะดวกในการทำความสะอาด เช่น ห้องครัว การใช้สี ชนิดนี้ในการ ทาผนังและฝ้าเพดาน ก็จะช่วยลดปัญหาในการทำความสะอาดได้ 3.สีนูน สีนูนจะประกอบจากอะครีลิคเรซินของซิลิกาและควอตซ์ ซึ่งทำให้พื้นผิวมีลวดลายและสวยงาม ทั้งยังช่วยในการยึดเกาะกับพื้นผิวได้ดี สำหรับผิวผนังที่มีรอยร้าวหรือฉาบปูนไม่เรียบ ก็สามารถ กลบเกลื่อนได้ โดยใช้กรรมวิธีการพ่นหรือใช้ลูกกลิ้งก็ได้ โดยทำบนผิวคอนกรีต แผ่นยิบซั่ม หรือกระเบื้องแผ่นเรียบก็ได้ ซึ่งสีชนิดนี้สามารถใช้ได้ทั้ง ภายนอกและภายใน 4.สีอีพ็อกซี่ สีอีพ็อกซี่เป็นสีสำหรับกันสนิมทนต่อกรดและด่างได้เป็นอย่างดี สามารถกันน้ำซึมได้ทาได้หนาๆ โดยสีไม่ย้อย ทาง่าย แห้งเร็ว เหมาะสำหรับใช้ทาโลหะและคอนกรีต เช่น ทาเรือ ท่อน้ำประปา หรือกระเบื้องหลังคา 5.สีทาไม้ สำหรับไม้ที่ต้องการทาสี สีที่ใช้ควรเป็นสีน้ำมัน หรือสีที่ใช้ทาไม้โดยเฉพาะ ถ้าเป็นสีอะครีลิค 100 % จะช่วยในการยึดเกาะที่ดี และยืดหยุ่นไม่แตกร้าวเวลาไม้เกิดการยืดหดตัว สำหรับไม้ที่ต้องการโชว์ลายไม้ ส่วนใหญ่จะใช้แลคเกอร์ หรือเชอร์แลค แต่ทุกวันนี้เรามีสารที่เรียกว่า "โพลียูรีเทน" ซึ่งช่วยในการป้องกัน เนื้อไม้ได้ดีกว่า ทั้งยังให้ความเงางามอีกด้วย สำหรับโครงไม้ต่างๆ ที่อยู่ด้านในไม่ต้องทาแลคเกอร์ หรือสีน้ำมัน แต่ต้องทาน้ำยากันปลวกก่อน |