|
มีรายงานข่าวว่า คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอรัฐมนตรีคณะที่2 ซึ่งมี น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ได้อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ และจะได้มีการเสนอให้ที่ประชุมครม. พิจารณาต่อไป
ทั้งนี้รายงานข่าวยังระบุอีกว่าภายหลังจากร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ มีผลบังคับใช้แล้ว จะมีการยกเลิกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.ภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 พ.ร.บ. กำหนดราคาปานกลางของที่ดินสำหรับการประเมินภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2529 และ พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 โดยจะให้ระยะเวลาในการเตรียมความพร้อม ก่อนการจัดเก็บภาษีตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นเวลาประมาณ 2 ปี
สำหรับ พ.ร.บ.สำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ยกร่างขึ้นใหม่นี้ได้กำหนดอัตราภาษีดังนี้ 1. ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั่วไป จัดเก็บภาษีไม่เกิน 0.5% ของฐานภาษี 2. ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อที่อยู่อาศัยของตนเอง โดยไม่ประกอบเชิงพาณิชย์ จัดเก็บภาษีไม่เกิน 0.1% ของฐานภาษี 3. ที่ดินประกอบเกษตรกรรม จัดเก็บภาษีไม่เกิน 0.05% ของฐานภาษี 4. ที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพที่ดิน จัดเก็บภาษีไม่เกิน 0.5% ในช่วง 3 ปีแรก หากไม่ได้ทำประโยชน์อีกกำหนดให้เสียภาษีเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าในทุกๆ 3 ปี แต่ไม่เกิน 2% ของฐานภาษี นอกจากนี้ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวยังกำหนดให้มีคณะกรรมการกำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่มีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน พร้อมทั้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดอัตราภาษีเพิ่มขึ้น จากอัตราที่คณะกรรมการฯกำหนดได้ หากมีเหตุผลและความจำเป็นในการนำเงินมาพัฒนาท้องถิ่นของตน แต่ต้องไม่เกินเพดานภาษี ที่กฎหมายกำหนดไว้ ที่มาของการพิจารณายกร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ ขึ้นมานั้นเนื่องจากเห็นว่าการ จัดเก็บภาษีตามภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 และภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 มีล้าสมัย ทำให้เกิดการทุจริต อีกทั้งยังมีการเก็บซ้ำซ้อนกับภาษีเงินได้ ซึ่งภาษีโรงเรือนและที่ดินจะคิดภาษีจากค่าเช่าแทนที่จะใช้มูลค่าทรัพย์สิน โดยให้อำนาจ เจ้าหน้าที่ ใช้ดุลยพินิจในการประเมินค่าเช่า ส่วนภาษีบำรุงท้องที่คิดคำนวณภาษีจากราคาปานกลางของที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการกำหนดราคา ปานกลางของที่ดินปี 2521-2524 สำหรับการประเมินภาษีบำรุงท้องที่ซึ่งทำให้มีอัตราภาษีต่ำมาก ทำให้มีการถือครองที่ดินไว้เพื่อเก็งกำไรเป็นจำนวนมาก ในส่วนของหลักการของการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตาม พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ นั้น จะคำนวณฐานภาษีจากราคาที่ดิน ซึ่งจะทำให้ที่ดินที่อยู่ในย่านราคาแพงจะต้องเสียภาษีมากกว่า ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านความเห็นชอบของ ครม.มาตั้งแต่ปี 2541 แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลง ทางการเมือง รวมถึงมีการตั้งข้อสังเกตจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึงได้มีการนำกลับไปปรับปรุงแก้ไข จนได้ข้อยุติและต่อมาได้เสนอร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองดังกล่าว
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ http://www.dailyworldtoday.com/columblank.php?colum_id=11153
|