Untitled Document
Untitled Document
 
หน้าแรก
   
 
ต้องไปเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง
เขียนโดย saradin   

     บริษัท เอ. ว่าจ้าง บริษัท บี. ให้ทำการก่อสร้างฐานรากอาคารจอดรถ และสระว่ายน้ำบนที่ดินของ
บริษัท เอ. ระหว่างการก่อสร้างได้มีการขุดดิน จนทำให้ดินในเขตที่ดินของ นายรุ่ง เลื่อนไหลออกไป จนทำ
ให้อาคารของนายรุ่ง และพื้นที่บริเวณรั้วทรุดตัว แตกร้าว  
 
     นายรุ่งเป็นโจทย์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลย(บริษัท เอ.) ชำระเงินแก่นายรุ่ง 8,210,000 บาท พร้อม
ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จกับค่าขาดประโยชน์อีกเดือนละ 171,000
บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จหรือจนกว่าจะซ่อมแซมอาคารที่ให้เช่าแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการ
ได้ ตามปกติ 

     บริษัท เอ. ให้การขอให้ยกฟ้อง 

     ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ บริษัท เอ. ชำระเงิน 2,200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี
นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่นายรุ่ง คำขออื่นให้ยก

     บริษัท เอ. อุทธรณ์ 

     ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน 

     บริษัท เอ. ฎีกา  

     ศาลฎีกาวินิจฉัย ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า...
     1.นายรุ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน และเป็นเจ้าของอาคารที่เกิดข้อพิพาท รวมทั้งอาคารอื่น ๆ ซึ่งตั้งอยู่
บนที่ดินดังกล่าว
     2.เมื่อปี 2532  บริษัท เอ.ว่าจ้างบริษัท บี. ทำการก่อสร้างฐานรากอาคารจอดรถและสระว่ายน้ำลงบน
ที่ดินของ บริษัท เอ. ซึ่งมีแนวเขตติดกับที่ดินของนายรุ่ง ทางด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ โดยจ้างบริษัท ซี.
เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบ 
     3.จากการขุดดินบริเวณที่ดินของบริษัท เอ. ด้านทิศใต้ซึ่งติดกับที่ดินของนายรุ่ง ทำให้ดินในเขตที่ดิน
ของนายรุ่งเลื่อนไหลไป เป็นเหตุให้อาคารและพื้นที่บริเวณรั้วทรุดตัว แตกร้าว

     มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของบริษัท เอ. ว่าต้องรับผิดต่อนายรุ่งหรือไม่

     ศาลฎีกาวินิจฉัยเห็นว่า… การที่บริษัท เอ. ว่าจ้างบริษัท บี. ก่อสร้างฐานรากอาคารจอดรถกับสระว่ายน้ำ
นั้น บริษัท เอ. เป็นผู้ว่าจ้างบริษัท บี. เป็นผู้รับจ้าง เป็นสัญญาจ้างทำของ ซึ่งมาตรา 428 แห่งประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า "ผู้ว่าจ้างทำของไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันผู้รับจ้างได้ก่อให้เกิด
ขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำการงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำหรือ
ในคำสั่งตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง" นายรุ่งจึงมีหน้าที่จะต้องนำสืบให้ได้ความว่าบริษัท เอ. เป็นผู้
ผิดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 428 ดังกล่าว  

     แต่ข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของนายรุ่ง ไม่ปรากฏว่าบริษัท เอ. เป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ หรือ
ในคำสั่งที่ตนให้ไว้แก่ผู้รับจ้างอย่างไร และในการเลือกหาผู้รับจ้างคือบริษัท บี. ก็ไม่ปรากฏว่าบริษัท เอ.
เลือกผู้รับจ้างที่ไม่มีความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์ในการก่อสร้างให้ทำการตอกเสาเข็มและก่อสร้าง
ฐานรากของอาคารแต่อย่างใด  

     ข้อเท็จจริงกลับได้ความจากพยานจำเลยว่า บริษัท บี. มีชื่อเสียงเป็นบริษัทก่อสร้างติดอันดับ 1 ใน 5
ของโลก ซึ่งมีความรู้ความสามารถเป็นพิเศษในการก่อสร้างอาคารสูง การที่บริษัท เอ. ว่าจ้างบริษัท บี. เป็น
ผู้ตอกเสาเข็มและก่อสร้างฐานราก บริษัท ซี. เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบ ย่อมหมายความ
ว่า ในการตอกเสาเข็มและก่อสร้างฐานรากของอาคารจอดรถและสระว่ายน้ำ บริษัท เอ. ไม่ได้เข้า
ไปเกี่ยวข้องหรือสั่งการในการทำงานแต่อย่างใด เพราะหน้าที่ในการก่อสร้างเป็นของบริษัท บี.
และหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบเป็นของบริษัท ซี.
 

     เมื่อความเสียหายเกิดขึ้นจากการก่อสร้าง นายรุ่งจะต้องไปเรียกร้องค่าเสียหายเอาจากผู้ก่อ
สร้าง
คือ บริษัท บี. ซึ่งเป็นผู้ทำละเมิด ไม่ใช่จากบริษัท เอ. เพราะบริษัท เอ. ไม่ได้กระทำการอย่างหนึ่ง
อย่างใดอันทำให้บริษัท เอ. ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 428

“ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น ไม่จำ
ต้องวินิจฉัยฎีกาจำเลยข้ออื่นอีกต่อไป"

     พิพากษากลับ

     ป.พ.พ. มาตรา 428
     ป.วิ.พ. มาตรา 84
     (เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่  162/2544)

ถัดไป >
   
     
         
 
cons-mag.com © 2008 ,Nine publishing ,. Some rights reserved
เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย Mambo LaiThai