Untitled Document
Untitled Document
 
หน้าแรก arrow ความรู้-วิชาการ arrow งานหล่อคอนกรีต(ตอน 2)
   
 
งานหล่อคอนกรีต(ตอน 2)
เขียนโดย saradin   

การประกอบแบบ การติดตั้ง และการยึดแบบหล่อคอนกรีต
     ในอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยทั่วๆ ไป จะพบว่า มีโครงสร้างที่จะต้องประกอบแบบเพื่อเท
คอนกรีตคือฐานราก ตอม่อ คานคอดิน เสา คานบันได พื้น ผนัง กันสาด ครีบ เสาเอ็น คานเอ็นเป็นต้น ส่วน
ต่างๆ ของโครงสร้างเหล่านี้ มีทั้งการติดตั้งแบบที่เหมือนกันและแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้เพื่อให้มองเห็นจุดที่
สำคัญๆ ของการประกอบแบบหล่อคอนกรีต การติดตั้ง และการยึดแบบได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะขอยกเป็นข้อๆ เพื่อ
ง่ายแกการอธิบาย ดังนี้


     1.การตรวจแบบหล่อฐานราก โดยทั่วไปงานฐานรากในพื้นที่ดินแห้งและพื้นที่เนื้อดินเกาะตัวกันแน่น
จะไม่มีการทำแบบฐานราก เนื่องจากผนังดินของหลุมทำหน้าที่เป็นแบบไปในตัวอยู่แล้ว ทั้งยังเป็นการ
ประหยัดไม้แบบอีกด้วย แต่ในกรณีที่สภาพดินแห้งและเป็นดินร่วน เมื่อขุดหลุมลงไปเราจะพบว่าผนังดินด้าน
ข้างหลุมนั้นจะพังลงมากองกันที่ก้นหลุม หรือในกรณีที่ดินภายในหลุมมีสภาพเป็นเลน ก็จะเป็นเรื่องยากในการ
ขุดหลุมให้ได้ขนาด นอกจากนั้นการทำงานฐานรากก้นหลุม อาจจะทำให้คอนกรีตที่เทลงก้นหลุมอาจผสมไป
กับดิน ทำให้คอนกรีตมีคุณสมบัติเสื่อมลงอันมีผลต่อความแข็งแรงทนทานของโครงสร้างฐานราก ในกรณีเช่น
นี้จะต้องมีการประกอบแบบฐานราก เพื่อกันดินข้างผนังของหลุมพัง และตกลงไปผสมกับคอนกรีต
     งานหล่อฐานราก
      ลักษณะของแบบหล่อคอนกรีตสำหรับงานฐานราก ส่วนมากจะเป็นกรอบสี่เหลี่ยม มีด้านลึก กว้าง
ยาว ตามขนาดที่กำหนดไว้ในรูปแบบก่อสร้าง และรายการก่อสร้าง โดยวัสดุส่วนใหญ่เป็นไม้แบบเพลาะ และ
ยึดด้วยไม้เคร่า ทั้งนี้สิ่งที่ผู้ควบคุมงานควรจะต้องตรวจ ได้แก่  
          1.1 ตรวจขนาดของไม้แบบว่ามีความหนาตามหลักวิชาการหรือไม่ ไม้แบบทั่วๆ ไปจะมีความหนา
ประมาณ 1 นิ้ว และไม่น้อยกว่า 2 ซม. แต่ถ้าบางกว่านี้ จะต้องมีไม้รับแบบถี่ขึ้นจึงจะสามารถรับแรงอัดของ
คอนกรีตได้
          1.2 ตรวจการเพลาะไม้แบบ และระยะไม้ดามแบบ ในกรณีที่หน้าไม้แบบแคบไม่พอกับความหนาของ
ฐานรากที่รูปแบบกำหนด จะต้องมีการเพลาะหน้าไม้ให้กว้างขึ้น ควรตรวจดูรอยเพลาะ จะต้องให้สนิท  เพื่อ
ป้องกันการไหลออกของน้ำปูนขณะเท และป้องกันดินหรือเลนที่จะไหลเข้าขณะตั้งแบบไว้ นอกจากนี้จะต้อง
ดูระยะของไม้ดามแบบ พอที่จะรับแรงดันของคอนกรีตได้หรือไม่ ถ้าติดไม้ดามแบบห่างและไม่มีดินภาพนอก
อัดแบบไว้อาจทำให้คอนกรีตดันแบบเปลี่ยนรูป
          1.3 การตรวจขนาดความกว้าง ยาว และลึก ของแบบหล่อคอนกรีต ควรตรวจว่าได้ขนาดตามที่มีรูป
แบบรายการก่อสร้างกำหนดไว้หรือไม่ ส่วนใหญ่แล้วผู้ทำการก่อสร้างมักจะคิดว่า เพื่อเป็นการประหยัดวัสดุจึง
ทำฐานรากให้มีขนาดเล็กและบางกว่าที่แบบกำหนด ซึ่งมีผลทำให้รับน้ำหนักของอาคารไม่ได้ตามที่
วิศวกรออกแบบและคำนวณไว้ นั่นก็หมายความว่าอาจจะเกิดอันตรายในภายหลังขึ้นกับอาคารนั้นๆ ด้วย
          1.4 ตรวจดูการติดตั้งแบบให้ได้ฉาก และระดับ ตลอดจนการถอดแบบได้ง่าย ในการประกอบแบบ
หล่องานฐานรากเราอาจประกอบแบบสี่เหลี่ยม เสร็จแล้วนำไปใส่หลุมหรือตำแหน่งหลุม จากนั้นจึงติดตั้ง
ปรับระดับของแบบหล่อฯ กรณีนี้อาจจะตียึดมุมฉากไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ก็อาจเปลี่ยนแปลงมุมได้ เนื่องจาก
ต้องปรับระดับแบบที่อาจโย้ไปจนมุมเปลี่ยน งานประกอบแบบอย่างนี้มักจะเป็นงานฐานรากขนาดเล็ก แต่ถ้า
เป็นฐานรากขนาดใหญ่ จะประกอบแบบเป็นแผงไว้ แล้วนำไปติดตั้งในหลุม ซึ่งต้องทำฉากและทำระดับให้
ได้ การประกอบแบบจะต้องมีการถอดแบบได้ง่าย เพื่อไม่ให้มีการกระทบกระเทือนกับคอนกรีตที่เทไปแล้ว มี
งานก่อสร้างบางแห่งนำไม้แบบที่จวนจะหมดอายุการใช้งานแล้วมาประกอบแบบฐานราก ตียึดกันอย่างดี
และใช้ดินประกอบรอบข้างแบบเพื่อช่วยกันแบบไว้ เมื่อเทคอนกรีตเสร็จ คอนกรีตดันแบบ ดินก็ดันแบบ ทำ
ให้ไม้แบบแน่น ถอดแบบไม่ได้ จึงทิ้งค้างไว้ แล้วทำการกลบหลุมไปเลย ผลเสียที่ตามมาก็คือ
เมื่อไม้แบบผุ ให้ดินรอบฐานหลวม แรงเสียดทานซึ่งมีส่วนพยุงฐานรากไม่ให้เกิดการทรุดตัว
ถูกทำลายไป ผู้ควบคุมงานจึงควรที่จะได้ระมัดระวังในเรื่องนี้ให้มาก
     2.การตรวจแบบหล่อตอม่อ การประกอบแบบตอม่อ จะกระทำได้เมื่อฐานรากได้กระทำเสร็จแล้ว การ
ประกอบแบบเสาตอม่อกรณีที่เป็นแบบเสาเล็ก จะประกอบเป็นสามด้านแล้วนำลงไปตีปิดด้านที่เหลือในหลุม
แต่ถ้าเป็นแบบเสาใหญ่ๆ จะต้องนำลงไปประกอบในหลุม ผู้ควบคุมงานต้องเริ่มตรวจงานแบบหล่อตอม่อเป็น
ขั้นตอน ดังต่อไปนี้
     หล่อตอม่อ
           2.1 ความแข็งแรงของไม้แบบหล่อ หมายถึงแบบที่นำมาใช้นั้นเป็นไม้ที่แตกร้าวหรือไม่ เพราะไม้ที่
แตกร้าวจะต้านทานการอัดตัวของคอนกรีตไม่ได้จะทำให้น้ำปูนไหลออกขณะเท อันเป็นสาเหตุให้คอนกรีต
โพรง เสาช่วงนี้เป็นช่วงที่รับน้ำหนักของอาคารลงสู่ฐานราก จึงควรทำให้แข็งแรง
           2.2 การตรวจขนาดแบบหล่อเมื่อประกอบไว้นั้น ขนาดของแบบหล่อหากถือผิวไม้แบบด้านในที่
สัมผัสคอนกรีตเป็นหลัก ว่าได้ตามขนาดที่รูปแบบกำหนดหรือไม่ ผู้ควบคุมงานบางคนคิดว่า ไม่จำเป็นต้อง
ตรวจในตอนนี้ ไปตรวจเมื่อเทคอนกรีตเสร็จ โดยวัดจากผิวคอนกรีตก็ได้ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมาก เพราะการ
ปล่อยให้ขั้นตอนการตรวจข้ามไปถึงขั้นเทคอนกรีตไปแล้ว เท่ากับว่า ได้รับความยินยอมจากผู้ควบคุมงาน
แล้ว และเมื่อเสาตอม่อผิดขนาดก็จะทำให้แก้ไขได้ยาก
           2.3 การตั้งแบบและการยึดแบบ ผู้ควบคุมงานจะต้องตรวจสอบการตั้งแบบให้ได้ดิ่ง และผิวแบบ
ด้านในห่างจากเหล็กเสริมเสาตามที่แบบกำหนด ส่วนนี้เป็นส่วนที่มีความสำคัญมากที่ผู้ควบคุมงานจะละเลย
เสียมิได้ เพราะเคยมีปัญหาเกี่ยวกับการเทคอนกรีตตอม่อหลายราย ที่คอนกรีตหุ้มเหล็กน้อยกว่าที่กำหนด
หรือ เหล็กเสมอผิวคอนกรีตหุ้มพอดีเหตุการณ์อย่างนี้ มักจะเกิดที่โคนเสาที่ติดกับฐานราก สาเหตุเกิดจากการ
ตั้งโครงเหล็กเสริมเสาไม่ได้ศูนย์กลางทั้งยังไม่ทำการแก้ไข นอกจากนี้ในบางครั้งผู้รับเหมาจะใช้วิธีเลี่ยงดิ่ง
เสา เพื่อให้คอนกรีตหุ้มเหล็ก หรือบางครั้งก็ปล่อยเลยตามเลย ทำให้คอนกรีตกับผิวเหล็กเสมอกัน กรณีเช่นนี้
เป็นอันตรายต่ออาคารอย่างมาก เหล็กจะเป็นสนิมอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอยู่กับความชื้นระดับผิวดิน การยึด
แบบและค้ำยันแบบผู้ควบคุมงานควรจะได้ตรวจให้รัดกุม เพราะดินตอนล่าง(ก้นหลุม) เป็นดินนิ่ม การยึดค้ำยัน
จะต้องมีหลักที่แข็งแรงเพื่อยึดได้อย่างมั่นคง
            2.4 แนวหัวแบบหล่อคอนกรีตทุกต้นจะต้องตรงเป็นแนวเดียวกัน ผู้รับเหมาก่อสร้างจำนวนไม่น้อย
มักจะไม่คำนึงถึงเรื่องนี้เท่าใดนัก ยิ่งหัวเสาตอม่อที่มีการเทคานคอดินยึด อาจจะคิดว่าคานคอดินทับหัวเสา
อยู่แล้วไม่จำเป็นต้องคำนึงว่าแนวหัวเสาจะต้องตรงแนวเดียวกันหรือไม่ กรณีที่คานเยื้องจากหัวเสาแทนที่จะ
มีการถ่ายทอดน้ำหนักกันโดยตรงก็จะเกิดการโน้มถ่วงของการถ่ายน้ำหนัก ผู้ควบคุมจึงควรที่จะได้เอาใจใส่ใน
เรื่องนี้ให้ดี
     3. การตรวจแบบคานคอดิน อาคารที่มีคานคอยึดเสาตอม่อ และรับผนังอาคารแล้วจะมีการประกอบได้
สองลักษณะ คือ ท้องคานติดผิวดิน ลักษณะนี้ไม่มีแบบท้องคาน และ ท้องคานลอยเหนือผิวดิน ลักษณะนี้
ต้องมีแบบท้องคาน ผู้ควบคุมงานจะต้องควบคุมและตรวจการทำแบบคานคอดินให้เป็นตามขั้นตอน ดังนี้
     คานคอดิน
          3.1 ควบคุมและตรวจการใช้วัสดุทำแบบหล่อ ว่าเป็นวัสดุเก่าหรือใหม่ มีความแข็งแรงเพียงพอหรือ
ไม่ ผิวแบบต้องให้มีคุณลักษณะตามชนิดของโครงสร้างคอนกรีตที่กำหนดในรูปแบบก่อสร้าง หรือรายการก่อ
สร้าง
          3.2 การควบคุมและการตรวจการเพลาะแบบ กรณีที่มีการเพลาะไม้แบบ ควรอัดรอยต่อให้สนิท ระยะ
การตีไม้ตามเพลาะแบบต้องมีระยะห่างพอที่จะรับแรงอัดคอนกรีตโดยไม่ป่องออกได้
          3.3 การควบคุมและตรวจการเตรียมตั้งแบบใต้ท้องคาน กรณีที่เป็นคานคอนกรีตที่ท้องคานติดผิวดิน
จะต้องมีการอัดบดดินตามแนวคานให้แน่น และเพื่อเป็นการป้องกันเหล็กเสริมเส้นล่างติดดิน ต้องกำหนดให้ใช้
คอนกรีตหรือปูนทรายในอัตราส่วนหยาบ เทแต่งเป็นแนวให้ได้ระดับตามแนวที่คานจะผ่านทุกตัว วิธีนี้ นอก
จากจะเป็นการป้องกันเหล็กเสริมเส้นล่างติดดินแล้ว ยังเป็นการป้องกันการทรุดตัวของดินใต้ท้องถนน เมื่อคอ
นกรี่ตที่เทยังรับกำลังไม่ได้อีกด้วย
          3.4 การควบคุมและตรวจการประกอบติดตั้ง รวมถึงการยึดแบบหล่อ กรณีที่แบบต้องทาน้ำมันที่ผิว
แบบจะต้องให้ทาก่อนที่จะนำแบบไปติดตั้ง เคยพบว่าผู้รับเหมาไม่ได้ทาน้ำมันแบบหล่อก่อนที่จะนำไป
ประกอบแบบ เมื่อผู้ควบคุมงานไปพบเข้าและได้ทักท้วง ผู้รับเหมาก็ใช้วิธีการทาข้างแบบ ทั้งๆ ที่มีโครง
เหล็กเสริมคานอยู่ เพราะกลัวเสียเวลารื้อแบบและตั้งแบบใหม่ หากปรากฏเหตุการณ์แบบนี้ ผู้ควบคุมงานไม่
ควรอนุญาตให้ทำ เพราะน้ำมันที่ทาจะต้องไปเปรอะเปื้อนเหล็กเสริมอย่างแน่นอน ทำให้เป็นอันตรายต่อการ
ยึดหน่วงระหว่างผิวเหล็กกับคอนกรีต
          3.5 การควบคุมและตรวจการประกอบแบบท้องคาน ในกรณีท้องคานคอดินลอยอยู่เหนือผิวดิน การ
ตั้งแบบรับแบบท้องคานอาจทำได้สองลักษณะ คือ ลักษณะคาน ‘ตง’ และลักษณะค้ำยันตัวที หากคานคอดิน
อยู่ไม่สูงจากผิวดินมากนัก การใช้ลักษณะคาน ตง จะเหมาะสมกว่า เพราะสามารถใช้ไม้ยาวได้โดยไม่ต้องตัว
เศษสั้นๆ ส่วนลักษณะตัวที จะต้องตัดความยาวของไม้ให้เท่ากับขนาดความสูงของท้องคาน ซึ่งจะทำให้เกิด
เศษไม้มากมาย อย่างไรก็ตามในรูปแบบรายการหรือสัญญามิได้ระบุไว้ว่าจะต้องทำในลักษณะใด เป็น
เอกสิทธิ์ของผู้รับเหมาที่จะเลือกกระทำได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผู้ควบคุมงานจะไม่สามารถดูแลในเรื่องนี้
ได้เลย ผู้ควบคุมงานสามารถเสนอแนะ ข้อดี ข้อเสีย แก่ผู้รับเหมาได้ ดังนั้นผู้ควบคุมงานควรจะต้องควบคุม
และตรวจในสิ่งต่อไปนี้
          - ให้มีไม้รองปลายค้ำยันด้านล่าง และไม้รองนี้จะต้องมีพื้นที่ใหญ่พอที่จะต้านการทรุดตัวของการค้ำ
ยัน
          - ให้มีการตอกหลักค้ำยันข้างแบบ ในกรณีที่แบบตั้งบนผิวดิน แบบจะต้องเป็นแนวตรงตลอดความ
ยาวคาน
          - ตรวจเช็คขนาดความลึก ความกว้าง ของผิวแบบด้านในให้ได้ขนาดหน้าตัดของคานคอนกรีตที่
กำหนดไว้ในรูปแบบและรายการก่อสร้าง
          - ตรวจเช็คระดับแบบท้องคานให้ตรงตลอดทั้งความยาวคาน
          - ตรวจเช็คระยะของค้ำยัน และไม้รัดแบบ ให้มีความแข็งแรงพอกับแรงอัดของคอนกรีต

      หมายเหตุ : ในกรณีที่ต้องใช้เครื่องเขย่าหรือเครื่องแหย่คอนกรีต ผู้ควบคุมงานก่อสร้างจะต้องพิจารณา
ในเรื่องความแข็งแรงของแบบหล่อเป็นพิเศษ และสิ่งที่จะลืมเสียมิได้คือ การบากเจาะ และสอดใส่วัสดุที่ต้อง
ผ่านคาน หรือฝังในคาน เช่น ท่อ น๊อต เหล็ก ฯลฯ เป็นต้น


< ก่อนหน้า   ถัดไป >
   
     
เนื้อหาล่าสุด
         
 
cons-mag.com © 2008 ,Nine publishing ,. Some rights reserved
เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย Mambo LaiThai