การประกอบแบบ การติดตั้ง และการยึดแบบหล่อคอนกรีต(ต่อ) 4. การตรวจและควบคุมการทำแบบเสา โดยทั่วไปแล้วหลักการทำแบบเสาก็เหมือนกันกับแบบเสาตอม่อ จะผิดกันที่แบบเสาช่วงบนหลังคานคอดินจะมีความยาวหรือสูงกว่า และแบบเสาตอนบนจะตั้งอยู่บนหลังคาน ส่วนแบบตอม่อจะตั้งอยู่บนฐานราก ผู้ควบคุมควรจะควบคุมและตรวจการทำแบบหล่อเสาให้เป็นขั้นตอน ดังนี้
4.1 ตรวจและควบคุมการใช้วัสดุทำแบบหล่อให้เหมาะสมกับลักษณะของงานคอนกรีต เช่น มีความหนาพอที่จะรับแรงอัดขณะเทคอนกรีตได้ เป็นแบบที่แข็งแรง มีผิวของแบบถูกต้องกับผิวของคอนกรีต 4.2 ตรวจและควบคุมการต่อและการเพลาะแบบ ในกรณีที่วัสดุทำแบบเล็กกว่าขนาดเสา จะต้องมีการเพลาะหรือต่อแบบ การดามรอยต่อแบบหล่อได้แข็งแรง และแบบต้องสนิท ตรวจขนาดของแบบให้ได้ขนาดหน้าตัดตามที่กำหนดในรูปแบบและรายการประกอบการก่อสร้าง 4.3 การตรวจและควบคุมการประกอบแบบ ผู้ควบคุมงานจะต้องตรวจการใช้น้ำมันทาแบบในกรณีเป็นแบบคอนกรีตเปลือย โดยควบคุมให้ชนิดน้ำมันให้ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในรูปแบบและรายการประกอบแบบก่อสร้าง และทาก่อนนำไปประกอบปิดทั้งสี่ด้าน โดยทั่วไปจะมีการประกอบแบบเสาเป็นชิ้นส่วน 4 ชิ้น ถ้าเป็นเสาหน้าตัดเล็ก ก็อาจประกอบกันสามด้านก่อน แล้วจึงนำไปตีประกอบครอบโครงเหล็กเสาอีกที แต่ถ้าเป็นเสาหน้าตัดใหญ่แบบจะใหญ่และหนัก ไม่สามารถประกอบเป็นสามด้านก่อน จึงต้องนำไปประกอบในที่ที่เดียวการตอกรัดแบบเสาจะมีไม้รัดเป็นปลอกแบบรัดเข็มขัดเป็นระยะๆ ตลอดความสูงของเสา เพื่อป้องกันการอัดตัวของคอนกรีตทำแบบแตกปริ หรือ โปร่ง ผู้ควบคุมงานจะต้องตรวจระยะของปลอกรัดหรือระยะของการตีตะปูยึดแบบให้ถูกต้อง 4.5 การตรวจดิ่งและแนวเสา ผู้ควบคุมจะต้องอยู่ในขณะตั้งแบบเสาตอนทิ้งดิ่งแบบเสา เพื่อเป็นการตรวจสอบแนวดิ่งไปในตัว ไม่ต้องตามเช็คว่าเสาได้ดิ่งหรือไม่ นอกจากนี้จะต้องดูแนวการตั้งแบบเสาตลอดทั้งแนว โดยวิธีการเล็งหรือดู ขณะที่ช่างขึงเชือกวางแนวตั้งแบบหล่อ 5. การตรวจและควบคุมการทำแบบคาน การทำแบบหล่อคานช่วงบน จะเหมือนกันกับการทำแบบคานคอดิน จะต่างกันที่อยู่สูงกว่าระดับดิน ซึ่งอาจจะต้องยุ่งยากกับการตียึดไม้ค้ำยัน และบางครั้งถ้าเป็นการเทพื้นร่วมกับคานด้วย การประกอบแบบก็จะยุ่งยากขึ้นกว่าแบบคานคอดินอยู่บ้าง ผู้ควบคุมงานจึงควรที่จะตรวจงาน ดังนี้ 5.1 เมื่อตั้งแบบท้องคาน ผู้ควบคุมงานจะต้องขึ้นไปดูระดับเสาคอนกรีตที่เทแล้วกับระดับท้องแบบคานตามปกติในการเทคอนกรีตเสานั้น จะเทให้ได้ระดับที่ทำไว้ แต่ในการปฏิบัติจริงๆ แล้ว ระดับของคอนกรีตของเสาแต่ละต้นมักจะไม่เท่ากัน บางต้นต่ำกว่าระดับที่ทำไว้ บางต้นสูงกว่าระดับที่ทำไว้ เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะบางครั้งเมื่อเทคอนกรีตเกือบได้ระดับแล้ว ถ้าเพิ่มคอนกรีตลงไปอีกก็จะเกินระดับ จึงหยุดไว้หรือคอนกรีตหมดไม่พอดี หรือคอนกรีตเหลวแล้วยุบตัว กรณีเหล่านี้ทำให้ระดับคอนกรีตหัวเสาต่ำกว่าระดับ และบางครั้งมีการเทคอนกรีตเพลินไป หรือมองไม่เห็นระดับที่ทำไว้ เมื่อเทเหนือระดับแล้ว จะเอาออกทำได้ไม่สะดวก เนื่องจากมีเหล็กเสริมเสาเกะกะ ก็เลยปล่อยเลยตามเลย ซึ่งกรณีที่เทคอนกรีตต่ำกว่าระดับ ไม่ควรเกิน 2.5 ซม. ส่วนที่เกินระดับจะต้องสกัดออก ในขั้นตอนนี้ผู้ควบคุมงานจะต้องดูให้ดี ไม่เช่นนั้น จะมีปัญหาในเรื่องการวางเหล็กคานวิ่งผ่านหัวเสา กล่าวคือ ช่างจะดัดเหล็กล่างหลบหัวเสา ซึ่งจะทำให้เหล็กเส้นล่างรับแรงดึงได้ไม่เต็มที่ 5.2 ปฏิบัติตามขั้นตอนเช่นเดียวกับคานคอดิน ควรจะเน้นเรื่องไม้ค้ำยันท้องคาน อย่าให้ตั้งค้ำยันบนหลังคานคอดินที่ยังรับกำลังไม่ได้ หรือหลังคานที่เทไม่เต็ม โดยยกเว้นเหล็กไว้เทเชื่อมกับพื้นมีข้อเสนอแนะในการตรวจและควบคุมการติดตั้งแบบคานช่วงบน เคยมีผู้รับเหมาบางรายที่ต้องการประหยัดไม้แบบ จึงได้ประกอบแบบคานช่วงบนโดยไม่มีไม้ตีพาดบนค้ำยันเพื่อขึ้นไปเทคอนกรีต วิธีการนี้เป็นการเสี่ยงต่อการทำงานเป็นอย่างมากเพราะผู้ที่ขึ้นไปทำงานจะต้องยืนบนไม้ค้ำยันซึ่งมีพื้นที่เพียงเล็กน้อย อาจทำให้พลัดตกลงมาเมื่อไรก็ได้ หากผู้ควบคุมงานได้พบการประกอบแบบในลักษณะเช่นนี้ ไม่ควรปล่อยผ่านเลยให้ทำการเทคอนกรีต ทั้งนี้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุอันอาจจะเกิดขึ้นได้ 6.การตรวจและควบคุมการทำแบบบันได งานบันไดคอนกรีตทั่วๆ ไป จะมีอยู่สองแบบ คือบันไดแบบพับผ้าและบันไดท้องเรียบ บันไดทั้งสองมีลักษณะไม่แตกต่างกันมากนัก ในส่วนที่แตกต่างคือ การประกอบแบบใต้ท้อง ผู้ควบคุมงานควรจะได้ควบคุมและตรวจงานโดยคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ 6.1 วัสดุทำไม้แบบต้องมีความแข็งแรงพอที่จะต้านทานแรงอัดของคอนกรีตโดยไม่เปลี่ยนรูปได้ เช่น คุณภาพในตัววัสดุเอง ขนาดความหนา เป็นต้น 6.2 ขนาดของความกว้าง ความยาว และความลาดของบันได นอกจากนี้ ยังต้องดูขนาดของลูกตั้กลูกนอน รวมถึงความลาดของลูกตั้งลูกนอน 6.3 การตอกยึดแบบ จะต้องให้มีความแข็งแรง การติดตั้งค้ำยันจะต้องแข็งแรงและมีระยะห่างกันเพียงพอ แบบที่ตอกยึดจะต้องถอบแบบได้ง่าย เมื่อถึงเวลาถอดแต่ละขั้นตอน เช่น แบบข้างจะถอดได้เร็วกว่าแบบท้องบันได 7. การตรวจและควบคุมการทำแบบส่วนประกอบของอาคาร ในลักษณะคอนกรีตแผ่นบาง เช่น แผงเทคเจอร์ครีบ ถึงแม้ว่าส่วนของอาคารนี้จะไม่มีผลต่อความแข็งแรงของอาคารก็จริง แต่เป็นแผ่นคอนกรีตบางสำหรับเสริมความงามของอาคาร ถ้าไม่ได้แนวและไม่ได้ดิ่งแล้วก็จะทำให้อาคารหมดคุณค่า การประกอบแบบส่วนนี้ค่อนข้างจะทำได้ลำบากเพราะการตียึดแบบทำได้ไม่สะดวก ประการสำคัญจะต้องประกอบเป็นแผงแล้วนำไปตีประกบเหล็กเสริม ทั้งนี้สิ่งที่ผู้ควบคุมงานควรตรวจ ได้แก่ 7.1 วัสดุที่ทำไม้แบบ ต้องแข็งแรง และลักษณะของผิวถูกต้องตามกำหนด เช่น เป็นคอนกรีตเปลือย เป็นต้น 7.2 การยึดแบบ ต้องให้มีความแข็งแรงพอที่จะขึ้นไปเหยียบเทคอนกรีตได้ด้วย และสามารถถอดแบบได้ง่าย 7.3 ขนาดและแนวดิ่ง ในข้อนี้ผู้ควบคุมงานจะขึ้นไปตรวจเช็คได้ยาก จะต้องตรวจเช็คขนาดขณะที่ทำแบบ และตรวจดิ่งขณะที่ทำการติดตั้งแบบ เคยปรากฎว่าผู้ควบคุมที่ได้ให้ความไว้วางใจแก่ช่างทำแบบมากเกินไปจนไม่ตรวจเช็คดิ่ง ขณะติดตั้งแบบและก่อนเทคอนกรีต เพราะจากการที่ได้ทำงานที่ผ่านมา ไม่พบว่า มีปัญหา ดังนั้น ในบางช่วงที่มีการยึดเหนี่ยวลำบาก เมื่อเทคอนกรีตไปแล้วทำให้แนวดิ่งเกิดการผิดพลาดไปเป็นนิ้ว หากจะให้แก้ไขโดยการทุบทิ้งแล้วทำใหม่ ผู้ควบคุมงานก็มีความเห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะความผิดพลาดนั้น เกิดจากการที่ผู้ควบคุมงานไม่ได้ควบคุมและตรวจงานให้ดี โชคดีที่เป็นคอนกรีตลักษณะฉาบปิดผิว จึงได้ให้ช่างฉาบแก้ ซึ่งก็ไม่ให้ผลดีนักเพราะมีขนาดหนากว่าแผงอื่นๆ 8. การตรวจและควบคุมการทำแบบพื้น แบบพื้นในที่นี้หมายถึง แบบหล่อพื้นคอนกรีตชั้นที่เหนือจากพื้นดินขึ้นไป ที่จริงแล้วควรจะได้อธิบายไปพร้อมกับแบบคานลอย เพราะส่วนใหญ่แล้วแบบพื้นจะประกอบไปพร้อมกับแบบคานลอย แต่เนื่องจากแบบทั้งสองมีการถอดแบบไม่พร้อมกัน กล่าวคือแบบข้างคานตัวในจะถอดได้ก่อนแบบท้องพื้น จึงได้แยกอธิบายเป็นคนละส่วน ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ผู้ควบคุมงานควรให้ความสำคัญกับแบบหล่อพื้นในเรื่องต่อไปนี้ 8.1 วัสดุที่ใช้เป็นแบบพื้น เกี่ยวกับลักษณะผิวความหนาของไม้แบบที่บางไป มีผลต่อการเปลี่ยนรูปร่างของคอนกรีต และถ้าผิวไม่ดีก็ทำให้ดูแล้วไม่สวยงาม 8.2 การติดตั้งวางไม้แบบ พื้นคอนกรีตเป็นงานที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ ถ้าหากถอดแบบออกแล้วผิวไม่เรียบร้อยจะเห็นคุณภาพงานได้ง่าย การวางไม้แบบมีส่วนที่จะกำหนดลักษณะผิวงานว่าเป็นอย่างไร โดยเฉพาะผิวคอนกรีตเปลือยจะต้องพิถีพิถันในเรื่องของการจัดแบบหล่อให้มาก เช่นพื้นที่คอนกรีตกับพื้นที่แบบที่ทำไว้ไม่ลงตัวพอดี ผู้ควบคุมงานต้องสั่งการให้จัดแบบเศษไว้รอบข้าง เป็นต้น แต่สำหรับพื้นคอนกรีตที่มีการฉาบปิดผิวจะไม่สู้มีปัญหาในเรื่องนี้ 8.3 การติดตั้งไม้รับแผ่นแบบพื้น ผู้ควบคุมงานจะต้องตรวจดูระดับและระยะห่าง ของไม้รับแผ่นแบบพื้น เพราะแผ่นแบบพื้นช่วงกว้างยาวนั้นจะมีการแอ่นตัวกลางแผ่นวัสดุได้ง่าย เมื่อได้รับน้ำหนักของคอนกรีตแล้ว นอกจากจะคำนึงถึงเรื่องน้ำหนักของคอนกรีตแล้ว จะต้องคำนึงถึงคนที่ขึ้นไปผูกเหล็ก วางเหล็ก และการขนส่งคอนกรีตที่จะเทอีกด้วย ได้เคยพบว่าพื้นที่ถอดแบบแล้วนูนเป็นที่ๆ ตามส่วนกลางของแผ่นไม้แบบ ลักษณะที่เกิดขึ้นนี้ถ้ามีการฉาบผ้าเพดานก็พอจะแก้ไขได้ แต่ถ้าเป็นคอนกรีตเปลือยจะทำให้งานดูหมดคุณค่าทันที และจะทำการแก้ไขอะไรก็คงไม่ได้แล้ว 8.4 การตรวจความแข็งแรงของค้ำยันแบบ มีระบบเผื่อกันค้ำยันทรุดตัวหรือไม่ โดยเฉพาะปลายค้ำยันตอนล่างที่ต้องอยู่บนผิวดินจะต้องใช้ไม้รองใต้กันการทรุดตัวของค้ำยัน เมื่อเทคอนกรีต น้ำจะไหลลงพื้นดินทำให้ดินเปียก ซึ่งพื้นที่หน้าตัดมีความต้านทานน้อย ก็จะทรุดตัวได้ ทำให้พื้นที่คอนกรีตทรุดตัวลงตามไปด้วย 8.5 ตรวจความคล่องตัวในการถอดแบบและค้ำยัน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความแข็งแรงของคอนกรีตที่ยังรับกำลังได้ไม่เต็มที่ 8.6 การตรวจความหนาของคอนกรีต ผู้ควบคุมงานจะต้องตรวจความหนาของพื้นคอนกรีตให้ถูกต้องตามแบบ โดยดูรูปแบบและรายการประกอบแบบก่อสร้างให้ชัดเจนว่า ขนาดของพื้นที่กำหนดไว้ในรูปแบบเป็นขนาดของงานคอนกรีตอย่างเดียว หรือว่ารวมกับผิวเสริมด้วย เพราะความผิดพลาดในเรื่องนี้ไม่ทำให้เป็นผลดีกับตัวอาคาร เช่น ถ้าพื้นคอนกรีตบางกว่าที่กำหนดก็จะทำให้คอนกรีตขาดกำลัง แต่เป็นการได้เปรียบในเชิงการลดต้นทุน แต่ถ้าพื้นคอนกรีตหนากว่าที่รูปแบบกำหนดก็จะทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายสูงขึ้น และเป็นการเพิ่มน้ำหนักของอาคารโดยไม่จำเป็น ผู้ควบคุมงานจึงควรตรวจเช็คขนาดของคอนกรีตขณะที่ประกอบแบบให้ดีเสียก่อนที่จะเทคอนกรีต