|
ดีอีเอสเอ บริษัทเครื่องทำความร้อนสำหรับให้ความอบอุ่นบริเวณริมสนาม ได้ย้ายฐานการผลิตจากจีน กลับมายังเมืองโบว์ลิง กรีน รัฐเคนทักกี สหรัฐอเมริกา โดย ดีอีเอสเอระบุว่า นับแต่เดือน ม.ค.เป็นต้นมา ต้นทุนส่งสินค้าดังกล่าว พุ่งขึ้นราว 15% มาอยู่ที่ประมาณ 5,300 ดอลลาร์ และมีแนวโน้ม ที่จะปรับตัวขึ้นไปอย่างต่อเนื่องในอนาคตอันใกล้ ขณะที่ เจฟฟ์ รูบิน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ จากซีไอบีซี เวิลด์ มาร์เก็ต ในแคนาดา ระบุว่า นับแต่ปี 2543 เป็นต้นมา ต้นทุนในการขนส่งสินค้าทางเรือ ด้วยตู้บรรทุกสินค้าขนาดมาตรฐาน 40 ฟุต จากทวีปเอเชีย มายังชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐ ทะยานขึ้นถึง 3 เท่า และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีก เจฟฟ์ รูบิน ให้ความเห็นว่า ต้นทุนการขนส่ง เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งของกระแสเงินเฟ้อ ที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลก ซึ่งต้องแบกรับภาระต้นทุนวัตถุดิบพื้นฐาน อย่างเหล็กและเรซิน ที่สูงขึ้นอยู่แล้ว ต้นทุนในการทำธุรกิจ ในจีน เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งเงินหยวนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ และแรงงานในแผ่นดินจีนที่ต้องการเงินค่าจ้างมากขึ้นรวมรัฐบาลจีนที่เริ่มเข้มงวดกับกฎระเบียบ ด้านสิ่งแวดล้อม กว่าเดิมเข้ามาใช้ รวมถึงมาตรการควบคุมด้านอื่นๆ ทางด้านรองประธานบริหาร ฝ่ายการค้าข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกเส้นทางตะวันตก ของโอเรียนท์ โอเวอร์ซีส์ คอนเทนเนอร์ ไลน์ ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือรายใหญ่ เผยว่า ลูกค้าบางรายกำลังย้ายฐานการผลิตกลับมายังอเมริกา ซึ่งมีคาดการณ์กันว่าจะมีผู้ผลิตจำนวนหนึ่งที่จะย้ายฐานการผลิตจากจีนกลับมายังสหรัฐ ภายในเวลา 5 ปี แต่คงไม่ใช่ทั้งหมด ส่วนสาเหตุของการย้ายฐานการผลิตนั้นก็ไม่ได้เป็นเพราะต้นทุนการขนส่ง เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่อาจจะเกิดจากต้นทุนการผลิตอื่นๆ ที่สูงขึ้น โดยบรรดาบริษัทที่ย้ายฐานกลับไปยัง เม็กซิโกหรืออเมริกาเหนือ เชื่อว่าจะสามารถ ควบคุมการผลิตของตัวเองได้ดีขึ้น หากการผลิตนั้นอยู่ใกล้กับตลาด แม้ว่าต้องเผชิญ กับค่าธรรมเนียมการขนส่งในประเทศที่แพงลิ่วทั้งทางรถและรถไฟ รวมทั้งระบบการจราจรท้องถิ่นที่คับคั่งอยู่แล้ว ก็อาจทำให้เกิดความยากลำบากใน การตอบสนองต่อความต้องการวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นกะทันหันของผู้ผลิต ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ |